10 ลักษณะนิสัยนี่ ควรเลิกทำ เมื่อคุณเข้าวัย 30 ปีขึ้นไป

10 ลักษณะนิสัยนี่ ควรเลิกทำ เมื่อคุณเข้าวัย 30 ปีขึ้นไป

เมื่ออายุยิ่งมากขึ้นทุกๆ วัน คุณยิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นอย่ างดี และควรเลิกนิสัยแย่ๆ ที่เคยทำ บทความนี้จะบอ ก 10 ลักษณะนิสัยนี่ ควรเลิกทำ เมื่อคุณเข้าวัย 30 ปีขึ้นไป ไปดูกันว่านิสัยอะไรบ้างที่คุณนั้นควรเลิอ กทำได้แล้ว

การที่เราจะใช้ชีวิตอย่ างมีความสุขได้นั้น เราต้องสร้างมันขึ้น มาเสียก่อน บางทีการที่เราหมั่นดูแลตัวเองอยู่เสมอ มันก็อาจจะทำให้เรามีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ พย าย ามใช้ชีวิตอย่ างมีความหวัง ให้กำลังใจตัวเองเสมอ เพื่อที่เราจะได้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปในวันพรุ่งนี้

อย่ าลืมนะว่าคนที่สามารถให้กำลังใจเราได้ดีที่สุด ก็คือตัวของเราเอง ไม่ใช่คนอื่นที่ไหนเลย หากเราไม่คิดที่จะให้กำลังใจตัวเอง ก็เหมือนว่า

เราได้หมดสิ้นทุกอย่ างแล้วในชีวิต ต่อให้เราคิดจะทำอะไรมันก็ไม่มีพลังที่จะทำ ขนาดตัวเราเองยังไม่คิดที่จะให้กำลังใจตัวเอง

แล้วจะไปหวังให้คนอื่น มาให้กำลังใจเราได้อย่ างไร ทุกอย่ างมันควรเริ่มต้นจากตัวของเราเอง อย่ าพย าย ามไปคาดหวังกับคนอื่นให้มากนักเลย

เมื่ออายุ 30 ปี ชีวิตก็ต้องพัฒนาไป อีกหนึ่งสเต็ป จะมาทำตัวใสๆ เหมือนสมัยโดดหนังย างไม่ได้ต้องรู้จักดูแล ตัวเองให้มากขึ้น ทั้งร่างกายและจิตใจ

ที่สุดเลยก็ต้องควบคุมสติให้อยู่กับตัว อย่ าให้กระเจิดกระเจิง ถ้ามีสติได้สิ่งดีๆ ก็จะต ามมาไม่ย าก เลิกทำตัวงอแง

เป็นสาววัยทีน ง่องแง่งเป็นเด็กจบใหม่และทำตัวเป็นผู้ใหญ่ให้สมอายุ ไม่ใช่เกินอายุล่ะ! 30 นี่ยังไม่แก่ค่ะ ย้ำนะคะ “อายุ 30 ปียังไม่แก่”แต่เป็นวัยเริ่มแซ่บ เริ่มสวย เริ่มร ว ย เอาละ 30+ แล้วมีนิสัยอะไรที่ควรเลิกบ้างไปดูกันเลย

1 เลิกเมาเละ

เมาน่ะ เ ม า ได้ แต่ควรรู้ลิมิตของตัวเอง ไม่ควรเมาเละเทะจนไม่ได้สติ แบบที่ตื่นขึ้น มาแล้วจำเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ หันไปข้างๆ เอ๊ะ มีคนแปลกหน้านอนอยู่บนเตียง หรือตื่นขึ้น มาในสถานที่แปลกๆ

เช่น ป้ายรถเมล์ ท า ง เท้า หรือสถานีตำรวจ เลิกเถอะค่ะ ควรเมาแต่พองาม เ ม าแบบเดินเองได้เพื่อนไม่ต้องหิ้วปีก ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่เมาแล้ววาร์ป ควรหาคนรับ-ส่ งที่ไม่ดื่มได้ลดภาระเพื่อน ถ้าเมาไม่รู้เรื่อง บ่อยเกินไป เพื่อนอาจจะหน่ายจนไม่อย ากชวนเราไปอีกเลยก็ได้นะคะ

2 เลิกกินแหลก

อายุ 30 แล้วนะคะ พอกันทีกับการกินแหลก จัดเต็มอาหารฟูลคอร์สทุกมื้อของคาวจบก็ต้องของหวานเพื่อล้างปาก การคิดว่า “กระเพาะอาหารแยกช่องของคาวกับหวาน” เป็นสิ่งที่ควรเลิกคิดอย่ างยิ่ง ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นการเผาผลาญก็ไม่เหมือนตอนเด็กๆดังนั้นควรใส่ใจการกิน

มากยิ่งขึ้น อิ่มแค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ต้องฟาดเรียบเลียจานทุกมื้อ ควรปรับเปลี่ยนพฤติก ร ร มการทานเล็กๆ น้อยๆ เช่น เปลี่ยนจากขน มหวานหลังมื้ออาหารเป็น ผลไม้แทน สุขภาพก็จะดีขึ้น และควรสั่งอาหารแต่พอดี ไม่ต้องสั่งเผื่อไม่อิ่มนะคะ

3 เลิกปรี๊ดแตก

การเลิกปรี๊ดแตกไม่ได้ แปลว่าห้ า มโ ก ร ธ ใครไม่โ ก ร ธได้ก็เป็นนักบวชแล้วล่ะค่ะแต่ขอร้องให้เลิกอารมณ์ขึ้นตลอ ดเวลา มีอะไรก็ท้าตบท้าตี โตแล้วควรระงับอารมณ์ให้ได้ คุยกันด้วยเหตุและผล ซึ่งการเสียงดังไม่ได้ช่วยให้เถียงชนะ แต่ทำให้เ จ็ บคอเปล่าๆและจุดจบของมือตบก็อยู่ที่โรงพักเสมอ เวลาสาวๆ โ ก ร ธจะต้องชั่งใจว่างานนี้ ควรลุยหรือควรหลบ ถ้าเป็นเรื่องไร้สาระ บางทีหลบก็ดีกว่าตบนะคะ

4 เลิกงอน

อาการงอนงุ้งงิ้ง เป็นเด็กๆ ก็ควรจะอยู่ให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกคน มันถึงจะดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่ใช่อะไรก็งอนๆ อย่ างนี้เขาเรียกว่าไม่รู้จักโต อย่ าให้คนรอบข้างต้องคอยโอ๋ และคอยเอาใจ ตลอ ดเวลาอีกเลย

คือเราไม่ใช่เด็กแล้ว ได้เวลาปฏิวัติตัวเองซะใหม่ อย่ างอนเพียงเพราะเพื่อนไม่รอเข้าห้องน้ำงอนเพราะเพื่อนไปกินข้าวไม่ชวน หรืองอนเพราะเพื่อนเลิกกับแฟนไม่บอ กเพราะทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องทำต ามเหตุผลเราเสมอ อย ากได้เพื่อนแท้ใจ ต้องนิ่งค่ะ พูดเลย

5 เลิกคิดว่าตัวเองแก่

มันอาจจะดูขัดๆ กับสิ่งที่พูดมาข้างบนนิดหน่อย แต่สาว 30 สมัยนี้ยังไม่ถือว่าแก่บางคนคุณพ่อคุณแม่ก็เพิ่งปล่อยออ กมาเปรี้ยวนอ กบ้านเองนะคะคูณ วัย 30 ถือเป็นวัยสุกกำลังงาม จะแก่หรือไม่แก่มันขึ้นอยู่กับตัวเองด้วยถ้าใจยังวัยรุ่นอยู่อะไรก็มาพรากความแซ่บไปจากเราไม่ได้ทำชีวิตให้แซ่บสมวัย เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่เราไม่ได้แก่ขึ้นค่ะ

6 เลิกขี้เกียจ

สาวๆ ควรเลิกขี้เกียจ โดยเฉพาะการใส่ใจในตัวเอง อย่ านอนโดยไม่ล้างหน้า-อาบน้ำอย่ าขี้เกียจทาครีม และอย่ าขี้เกียจออ กกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดี ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ถ้าไม่อย ากหน้าเหี่ยวก็ควรเลิกขี้เกียจในส่วนนี้อย่ างถาวร อย่ าลืมนะคะว่าผิวพังแล้วค่าซ่อมแพง ทั้งค่าเซรั่ม ค่าทรีทเม้นท์ ค่าหมอ เสียห า ยหล า ยแสนถ้าเป็นไปได้ควรรั ก ษ าสิ่งที่มีอยู่ให้คงสภาพนานที่สุด อย่ างนี้สิถึงจะเรียกว่าสาวสองพันปี

7 เลิกเข้าข้างตัวเอง

คนเราก็ควรมีความมั่นใจในตัวเองระดับหนึ่ง แต่ไม่ควรเยอะจนกล า ยเป็นเข้าข้างตัวเองไปเสียหมดควรมองเรื่องราวอย่ างเป็นกลาง ไม่โอนเอียง ใช้สติคิด วิเคราะห์ แยกแยะ แล้วจะเป็นเองค่ะว่าอะไรควร/ไม่สมควร ถ้าเราผิ ดก็ไม่เสียห า ยที่จะขอโทษแต่ถ้าเราถูกล่ะก็ควรหาหลักฐานยืนยัน อย่ าให้คนอื่นหาว่าเรามโนนะคะ

8 เลิกคิดว่าทำไม่ได้ (ถ้ายังไม่ได้ลอง)

จริงอยู่ที่คนเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกอย่ าง แต่ก็ไม่ควรปิดกั้นตัวเองที่จะลองสิ่งใหม่ ๆบางคนค้นพบสิ่งที่ทำได้เก่งจากการลอง เช่น ถ้าไม่เคยเย็บผ้าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเย็บเก่ง ถึงจะอายุ 30+ แล้วก็ไม่ผิ ดที่จะลอง ไม่อย ากรู้เหรอคะว่านอ กจาก สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้แล้วเรายังทำอะไรได้อีกบ้าง การทำสิ่งใหม่ๆ ยังช่วยเติมสีสันให้ชีวิตไม่น่าเบื่ออีกด้วยนะคะ

9 เลิกลังเ ล ว

วัย 30 แล้ว ควรมีความชัดเจนในชีวิต ทำทุกอย่ างให้เคลียร์ อย่ าใช้ชีวิตอยู่ในความคลุมเครือ อะไรที่อึดอัด ไม่ชอบใจ ก็เคลียร์ให้จบๆ ทำทุกอย่ างให้ง่ายเข้าไว้ ไม่ต้องซับซ้อนถ้าไม่อย ากป ว ดหัวควรเลิกลังเลได้แล้ว จะซ้ายหรือขวาก็เอาสักทางค่ะ

10 เลิกใช้อารมณ์เหนือเหตุผล

โตแล้วควรใช้เหตุผล เยอะ ๆ อย่ าให้อารมณ์พาเราไปอยู่ในสถานการณ์ผิ ด ๆบางครั้งก็ไม่ได้อย ากทะเลาะไง แต่อารมณ์มันพาไป พอรู้ตัวอีกทีก็กลับลำกลางคันก็ไม่ได้เสียแล้ว มีทางเดียวที่เรื่องนี้จะจบคือต้องเถียงชนะ นึกย้อนกลับไปตอนนั้นตล๊กตลก เหมือนกำลังเล่นซิทคอมอยู่เลยค่า พฤติก ร ร มแบบนี้ ควรเลิกซะ เพื่อเข้าสู่วัย 30 อย่ างสง่างามนะคะ

ลองเอากลับไปคิดดูนะคะ ว่ามีอะไรอีกบ้างที่วัย 30+ ควรเลิก ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่ าฝืนจนความเป็นตัวเองห า ยไป แบ๊วได้ แอ๊บได้ แต่ให้ถูกที่ถูกเวลา คิดง่ายๆ เลยก็คือ ทำตัวให้เด็กนับถือ และเป็นตัวอย่ างที่ดีให้กับรุ่นน้อง ลองคิดดูสิคะเวลาเห็นผู้ใหญ่กะโหลกกะลาแล้วเรารู้สึกอย่ างไร? นั่นแหละค่ะดังนั้นอย่ าทำตัวกะโหลกกะลาให้คนอื่น มองว่าไม่รู้จักโตนะคะสาวเฟียร์ซ

ขอขอบคุณ โคตรดีจ้า , มียิ้ม