ทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ได้เป็นของคนรัก

ทุกคนมีชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ได้เป็นของคนรัก

การที่เราเป็นคนรักของใครสักคน ก็ปล่อยให้คนรักของเราเขาได้ไปใช้ชีวิตของเขาบ้าง ปล่อยให้เขามีสังคมเพื่อน และที่สำคัญโทรศัพท์ก็ไม่ควรที่จะเข้าไปเช็คบ่อยๆ อย่าเอาชีวิตของเราไปเป็นเจ้าของชีวิตของเขา

การแต่งงานไม่ใช่เรื่องสุดท้ายของชีวิตคู่ แต่มันเป็นการที่สองคนประกาศว่า พร้อมที่จะร่วมสร้างครอบครัว
สามีภรรย า ไม่ใช่เจ้าของซึ่งกันและกัน แต่เป็นคู่คิดย ามมีปัญหา หากจะเป็นคู่ที่อยู่จนแก่เฒ่า นอ กจากความเชื่อใจ ก็ต้องมี ความซื่อสัตย์ต่อกันด้วย

เป็นคนรัก ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของชีวิตใครๆนะ อย่ าลืมว่าเราต่างก็มีหัวใจของตัวเองรักในวัยหนุ่ม สาวอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล คุณก็ยังไม่เข้าใจคำนี้หรอ กตราบใดที่คุณยังไม่มี ภาระ เมื่อคุณโตขึ้น พ่อแม่แก่ตัวลง แล้วเราต้องดูแลท่านภาระหน้าที่ และความรับผิดชอบมากมาย

มันมีความสำคัญมากกว่ารักแบบในวัยหนุ่มสาวที่เราเคยเจอกันและเมื่อคุณมีภาระ คุณจะรู้สึกว่า ความรักไม่ใช่เรื่องเล่นๆรักๆเลิกๆ กล า ยเป็นเรื่องน่ากลัว สำหรับคนวัย 30+ ที่ควรจะจริงจังกับความรัก การมีแฟนที่มีเป้าหมายเดียวกัน เป็นสิ่งที่สำคัญมากหากทัศนคติไม่ตรงกัน ชีวิตคู่ก็อยู่ย าก

อยู่แบบโสดยังดีกว่าต้องทนเสียเวลาชีวิต ในวัยที่คิดมีครอบครัวโตแล้ว ความรักไม่ใช่เรื่องง่าย โตแล้ว คุณจะเข้าใจว่าอะไรสำคัญไปกว่า แค่รักกัน เราทุกคนไม่มีใครเกิดมา เป็นเจ้าของชีวิตกัน

การแต่งงาน ไม่ใช่การเป็นเจ้าของชีวิต แต่เป็นการเเ ช ร์ชีวิตที่เหลืออยู่กับคนที่เรารักโชคดี ก็อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า แต่หากไปด้วยกันไม่ได้ ความคิดไม่ตรงกัน หรือ มีอีกฝ่ายนอ กใจเราก็ต้องคืนชีวิต คืนอิสระให้เขาไป และ คืนชีวิต คืนอิสระให้กับตัวเอง

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือ อยู่ในสถานะไหน รักจะมีอยู่ หรือ ไม่ก็ต ามการทำตัวให้มีค่า และ รักตัวเอง คือ คำตอบที่ดีที่สุดเพราะหากวันนึงที่เขาไม่รัก สุดท้ายคนที่เหลืออยู่ และ รักเรามากที่สุด ก็คือ ตัวเราเอง คู่รักไม่ใช่เจ้าของชีวิตกันและกัน อย่ าฝากชีวิตเราทั้งหมดให้คนอื่นดูแล แต่งงานแล้วยังเลิกรากันได้รักวันนี้ พรุ่งนี้อาจหมดรักก็เป็นได้ ชีวิตควรมีแผนสองไว้ตลอ ด โดยเฉพาะเรื่อง เงิน

ขอขอบคุณ bangpunsara