ข้ อคิดสอนใจ คนมีบุญ วาสนา อ่ า นจบ จะไม่โ ก ร ธใครอีกเลย

ข้ อคิดสอนใจ คนมีบุญ วาสนา อ่ า นจบ จะไม่โ ก ร ธใครอีกเลย

ในวันที่คุณนั้นกำลังโ ก ร ธ เ ก ลี ย ด ใคร เพราะเขาอาจจะทำให้คุณนั้นไม่พอใจ แต่วันนี้เรามี ข้ อคิดสอนใจ คนมีบุญ วาสนา อ่ า นจบ จะไม่โ ก ร ธใครอีกเลย

ในตอนที่เรายังรักกัน หากเรามัวแต่โ ก ร ธกัน ทะเลาะกัน แล้วเมื่อไหร่เราจะใช้เวลาความสุข หรือได้รักกันซะที คู่รักบางคู่ตอนมีชีวิตอยู่หรือตอนที่อยู่ด้วยกัน ก็มักจะทะเลาะ หรือโ ก ร ธใส่กันเป็นประจำแต่สุดท้ายเมื่อถึงเวลาต้องจากกัน กลับรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่ าน มา

เพราะพวกเขาแทบไม่ได้ใช้เวลาแห่งความสุขด้วยกันเลย ตลอ ดเวลาของชีวิตนั้นมัวแต่คอยทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน อย่ าปล่อยให้ทุกอย่ างมันเป็นไปแบบนั้นเลยนะ เพราะเราจะรู้สึก เสียดายเวลาที่ผ่ าน มามากๆ และเรายังไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไร

ได้อีกด้วย ตอนที่ยังรักกันก็รักกันให้มากๆ อะไรที่ไม่เข้าใจกัน ก็พย าย ามปรับความเข้าใจกันจะดีกว่านะ มีอะไรค่อยๆพูดค่อยๆจากัน สักวันหนึ่งเราก็ต้องจากกันไปอยู่ดี ไม่มีใครอยู่ด้วยกันได้ตลอ ดชีวิตหรอ กนะ หมั่นทำดีให้กัน รักกันให้มากๆ อย่ าทะเลาะกันเลย เมื่อเวลานั้น มาถึง เราจะได้ไม่ต้องเสียใจ หรือเสียดายเวลาที่เคยได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

วันนี้เรา มีนิทานสอนใจ…เรื่องหนึ่งมาเล่าให้ทุกคน ฟังกันค่ะเรื่องมีอยู่ว่า… หลวงต าได้ปลูกต้นกล้วยไม้ไว้ ที่กุฏิของหลวงต า ท่านชอบดูความสวยงามของกล้วยไม้จึงปลูกไว้หล า ยต้น มีหลากหล า ยสีให้ชม และดูแลรดน้ำอยู่ไม่ข า ดวันหนึ่ง หลวงต ามีกิจนิมนต์ ที่ต้องไปต่างจังหวัด

ใช้เวลาเดินทางหล า ยวันจึงได้ฝากให้เณรที่วัดดูแลกล้วยไม้ แทนหลวงต า ให้คอยรดน้ำ ให้ตอนที่หลวงต าไม่อยู่วัด เณรรู้ดีว่า หลวงต ารักกล้วยไม้เหล่านี้ มาก จึงช่วยดูแลไว้เป็นอย่ างดี ไม่ให้บกพร่องแต่พอตกช่วงบ่าย เณรก็ออ กไปทำธุระนอ กวัด

และกว่าจะกลับมาก็เย็นในระหว่างที่เณรไม่อยู่วัด เกิดมีพายุฝนเข้าพอดี ลมแรงมากจนพัดเอากระถางกล้วยไม้ของหลวงต าตกระเนระนาด กระจายไปทั่ว กิ่งกล้วยไม้หัก เมื่อเณรกลับมาถึงวัดมองเห็นสภาพกล้วยไม้ก็ตกใจ

และพลางคิดว่า ต้องโดนดุแน่ๆ2 วันต่อมา หลวงต ากลับมาถึงวัด ก็เห็นสภาพกล้วยไม้ ที่กระจัดกระจาย ดอ กกล้วยไม้หักเต็มพื้นเณรก็รีบเข้าไปบอ กความจริง ให้หลวงต าฟัง พร้อมกับกล่าวขอโทษ ที่ดูแลกล้วยไม้ให้ได้ไม่ดีพอหลวงต ารับฟังเรื่องราวเสร็จ

ก็ยิ้มให้เณร แล้วก็เดินเข้ากุฏิไปยิ่งทำให้เณรรู้สึกสับสน และคิดไปว่าหลวงต า คงจะโ ก ร ธมาก ถึงกับไม่ว่าอะไรสักคำเลยจึงเข้าไปถามหลวงต าว่า ‘ทำไมหลวงต าถึง ไม่ว่าอะไรเลยล่ะครับ ทั้งๆที่กล้วยไม้ ที่หลวงต ารักเป็นแบบนั้น’ หลวงต าจึงเอ่ยว่า ‘นั่นก็เพราะว่า..หลวงต าปลูกกล้วยไม้ใว้ชื่นชมน่ะสิไม่ได้ปลูกไว้เพื่อทำให้ โ กร ธ ใคร’

เณรได้ฟังคำตอบของหลวงต า ก็เข้าใจหมดทุกอย่ างและยังเข้าใจถึงสิ่งที่หลวงต าได้พร่ำสอน มาทั้งหมดด้วยคนเราจะสุข จะ ทุ ก ข์ ก็ขึ้น อยู่ที่ใจของเราเอง ไม่ใช่จากคนอื่นเลยหากใจเรายังมีความ โ กร ธ ก็ยังจะมีความทุก ข์ ไม่หม ดสักที

เหมือนมีไฟอยู่ในใจ ที่คอย เผ า ตัวเราเอง เพราะฉะนั้น จงอย่ าปล่อยให้ใจต้องร้อนเป็นไฟ เมื่อรู้สึกว่าใจเริ่มร้อน ให้รีบดับไฟในใจเราอย่ ารอให้ไฟลุกท่วมใจเรา จนทำให้เรามีแต่ความ โ กร ธ ความ เ กลี ย ดเวลาที่เราเจอคนอื่นทำอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจเรา

จงอย่ าไปไม่พอใจเขาเลยเพราะเราไม่รู้เลยว่า ชีวิตเขาจะต้องเจอและผ่ านอะไรมาบ้างแต่ตัวเรารู้ดี ว่าเราเจออะไรมาบ้าง เราเข้าใจในสิ่งที่เราเจอ สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกแย่แต่เราไม่รู้เลยว่า ‘คนอื่นเขาเจออะไรมา’

เขาถึงต้องเป็นแบบนั้น ทำอย่ างนั้น ‘โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเราคนเดียว’ ดังนั้นจงมองให้เห็นถึงความรู้สึกของคนอื่นด้วยอย่ าเอาตัวเองเป็น ‘จุดศูนย์กลาง’ และคิดแต่ว่าคนอื่นต้องได้ดั่งใจตัวเองทั้งหมด เพราะมันเป็นไปไม่ได้ ขนาดตัวเราเอง บางครั้งยังไม่ได้ดั่งใจเลย แล้วจะไปหวังให้ คนอื่น ได้ดั่งใจ ตัวเองทุกคน ก็คงจะไม่ใช่

ขอขอบคุณ forlifeth, มียิ้ม